วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ภูชี้ฟ้า หลังคาสองแผ่นดิน





โดย สุระวุฒิ ทองปลี

สวัสดีครับ พี่ๆน้องๆชาวนักเดินทาง วันนี้ผมกลับมาเล่าเรื่องราว ความประทับใจการเดินทางอีกครั้งหนึ่ง ประมาณ ต้นเดือนธันวาคม 2551 ผมเดินทางไปเที่ยวทางเหนืออีกครั้ง ที่ต้องไปก่อนเพราะ ต้องเลี่ยงนักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ขนาดไปก่อนนักท่องเที่ยวก็ยังมากอยู่

ภูชี้ฟ้า หลังคาสองแผ่นดิน เป็นเรื่องประทับใจอีกเรื่องที่ผมจะนำมาเล่าให้ฟัง หลายคนที่เอ่ยถึงยอดภูในภาคเหนือ ต้องมีจำนวนไม่น้อยที่เอ่ยชื่อภูชี้ฟ้า เนื่องจากเป็นสถานที่เที่ยวยอดฮิต และมีจุดชมวิวที่มีเอกลักษณ์และสเน่ห์เป็นของตัวเอง

ภูชี้ฟ้าที่ผมจะนำเสนอ ในครั้งนี้ มันย่อมเป็นความประทับใจที่ยากลืมของผมแน่นอน เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ได้เหยียบที่นี่ ผมออกเดินทางจาก ตัวเมืองจังหวัดเชียงราย มุ่งหน้าสู่อำเภอเทิง แล้วก็เดินทางไปเรื่อยๆผ่านหุบเข้าน้อยใหญ่ กับการมาครั้งแรกผมย่อมตื่นเต้นกับเส้นทางเป็นธรรมดา ทางสูงชันในบางช่วง และลัดเลาะไปตามแนวเขา มองเห็นได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ผ่านหมู่บ้านชาวเขา ชมวิถีชีวิตผู้คนที่นั่น แล้วก็ผ่านเกษตรที่สูงดอยผาหม่น แต่น่าเสียดายช่วงที่ไปดอกทิวลิปยังไม่บาน แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะจุดหมายของเราต้องไปต่อ

เดินทางจากตัวเมืองสัก 2 ชั่วโมงครึ่งก็เดินทางมาถึงบ้านร่มฟ้าไทย ซึ่งเป็นจุดหมายที่พักของเรา ในคืนนี้ เราเลือกใช้บริการ ภูชี้ฟ้าอินน์ ต้องขอบอกว่าที่นี่บริการดีมาก ผมเลือกที่จะนอนเต้นท์ที่เตรียมมาในคืนนี้ จุดชมวิวอยู่ด้านข้างที่พักของผมเอง ได้นั่งดูพระอาทิตย์ตกดินหลังรีสอร์ท เป็นอะไรที่ใกล้กับหน้าเรามากๆ อยู่ใกล้แค่เอื้อมเอง หลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไป ลมหนาวก็เข้ามา อากาศที่นี่เย็นมากๆๆๆ ช่วงเย็นๆเราก็ออกไปทานข้าวกันขอบอกว่าอาหารมื้อนี้อร่อยมากๆ แล้วก็เดินเที่ยวตลาดเล็กๆหน้ารีสอร์ทต่อ แล้วก็กลับเข้ามารีสอร์ทเพื่อนอนเอาแรงสำหรับพรุ่งนี้ อากาศที่นี่ตอนกลางคืนเย็นมากๆ ขนาดจุดไฟผิงยังหนาวอยู่เลย คืนนี้เราเข้านอนเวลาประมาณ 4 ทุ่มเนื่องจากทนความหนาวไม่ไหว ก่อนนอนยังมีการแสดงของเด็กชาวเขามาแสดงให้ดูอีก น่ารักดี และก็แปลกดีๆด้วย

ตีสี่ครึ่งเรานัดมัคคุเทศก์น้อยชาวเขา มารับเราขึ้นไปยอดภู เช้ามืดอากาศหนาวกว่าเมื่อคืนอีก ๆ เราเดินทางมาถึงตีนภูเพื่อเดินเท้าขึ้นไปอีกประมาณ 700 เมตร คนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเส้นทางต้องใช้ไฟฉาย เพราะมืดมากๆ อากาศก็หนาวเข้ากระดูก มัคคุเทศก์น้อยของเราเลือกที่จะพาไปที่ที่ไม่ค่อยมีคนไป แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เรามายังจุดชมวิวอีกจุดหนึ่ง อากาศเย็นตีใส่หน้าตลอดเวลา เรารอจนฟ้าเริ่มสว่างแต่วันนี้ท้องฟ้าไม่ค่อยเปิดมาก ดวงอาทิตย์เลยไม่ค่อยออกมาให้เราดูมาก แต่ก็พอเห็นทะเลหมอกตรงหน้าอยู่บ้าง และแล้วการเริ่มต้นแห่งวันใหม่ก็เข้ามา ดวงอาทิตย์บวกกับทะเลหมอก เป็นความสุขที่ยากจะลืมเลือน หลังจากนั้นก้เดินขึ้นไปสัมผัสที่จุดสูงสุด ภูชี้ฟ้าสูงจากระดับน้ำทะเล 1,628 เมตร เป็นเทือกเขาที่กั้นพรมแดนระหว่างไทยและลาว มองข้ามฝั่งไปอีกฝั่งก็คือประเทศลาว และผมก็ได้เก็บสถานที่แห่งนี้เป็นอีกทริปในความทรงจำของผม

“ นี่แหละที่มาของคำที่ว่า ภูชี้ฟ้า หลังคาสองแผ่นดิน “

- การเดินทางมาที่นี่คนที่ไม่เคยมาขับรถด้วยความระมัดระวังนะครับ เช็คสภาพรถด้วย เส้นทางเป็นทางลาดชันและภูเขาตลอดเส้นทาง

เมื่อแสงแดดยามเช้าเข้ามา ทุกชีวิตก็ต้องเริ่มต้นกันต่อไป เจอกันใหม่นะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น